ระหว่าง VIT C GELกับ Scar Fading ตัวไหนช่วยเรื่องรอยดำจากสิวได้มากกว่ากันคะ

Q : ระหว่าง Vit C Gel กับ Scar Fading ตัวไหนช่วยเรื่องรอยดำจากสิวได้มากกว่ากันคะ ?

A : ลดเม็ดสีได้ดีทั้งคู่นะคะ ครีมใบบัวบกจะมีส่วนผสมที่ช่วยสมานรอยแผลได้ดีกว่า
แต่ควรรอให้สิวหายสนิทก่อน หรือคนที่เป็นสิวไม่เยอะ เหลือแต่รอย ก็ใช้ตัวนี้ได้จ้า
ส่วน Vit C Gel จะใช้กับบริเวณที่เป็นสิวได้ด้วย หากยังมีสิวขึ้นอยู่ แนะนำเป็นตัวนี้ค่ะ

ทาสิวตัวไหนดี ?

ปรึกษาค่ะ
สวัสดีค่ะ คือช่วงสอบนี้ ฝนสิวเห่อขึ้นมามากๆๆเลย
ครีมแต้มสิวที่ใช้อยู่ก็ไม่เวิร์ค ทำยังไงก็ไม่หายสักที
Clear Gel กับ Tea Tree Gel อันไหนดีกว่ากันคะ
แล้วควรใช้อะไรร่วมด้วย เพื่อให้ได้ผลเร็วที่สุดน่ะค่ะ
ช่วยตอบด้วยนะคะ  จากคุณฝน

 

นอกจากความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอแล้ว
อากาศร้อน เหงื่อไคลก็ทำให้สิวกำเริบมากขึ้นได้นะคะ
แนะนำให้พยายามรักษาผิวบริเวณที่เป็นสิวให้แห้งและเย็นอยู่เสมอ

ตัวทาสิวของร้านมีหลายตัว ซึ่งเหมาะกับสิวแต่ละแบบ
และระดับความแข็งแรงของผิวแต่ละคน ต่างกันไป

TTGel ออกแบบมาสำหรับทาบำรุงทั่วหน้า เน้นลดสิวอักเสบ สิวอุดตันจะค่อยเป็นค่อยไปค่ะ

Spirulina Gel ออกแบบมาสำหรับสิวอุดตันและอักเสบ
ลดสิวอุดตันได้ดีกว่า TTGel แต่ก็ยังคงอ่อนโยน ทาบำรุงทั่วหน้าได้ค่ะ

Clear Gel เจลละลายสิว ลดการอุดตันได้ดีที่สุด เห็นผลเร็ว ออกแบบมาสำหรับแต้มเฉพาะจุดที่อุดตัน
ไม่สามารถทาทั่วหน้า ไม่สามารถทาสิวอักเสบ เปอร์เซ็นผลัดผิวสูง
ผิวบอบบางจะลอกขุยและระคายเคืองได้ ต้องลดปริมาณการใช้ให้พอดีค่ะ

Bio Miracle Serum มีเอนไซม์ชีวภาพที่ช่วยผลัดผิวให้สะอาด ลดสิวอุดตันได้ดี
แต่ก็มีส่วนผสมที่สมานผิวแห้งได้ในเวลาเดียวกัน เป็นสูตรเข้มข้น เห็นผลเร็วและชัดเจน
ในคนที่ผิวแข็งแรงสามารถทาบำรุงทั่วหน้าได้ หากผิวบางทาแล้วอาจรู้สึกวูบวาบในช่วงที่ผิวปรับตัว
หรือเลี่ยงไปใช้ Spirulina Gel จะเหมาะกว่าค่ะสินค้าเสริมที่ช่วยให้สิวหายเร็วยิ่งขึ้น ได้แก่สบู่ขิง มีส่วนผสมของน้ำผึ้งและขิง อ่อนโยนต่อผิวเป็นสิวอักเสบ ไม่ทำลายสมดุลน้ำหล่อเลี้ยงผิว ช่วยต้านการติดเชื้อ P.Acne ลดจุดด่างดำ เหมาะกับทุกสภาพผิว

Tea Tree Wash เป็นเจลล้างหน้าที่ปราศจากสาร SLS มีส่วนผสมของน้ำมันสกัดจากต้นชา ช่วยลดการอักเสบ ขจัดเชื้อสิว P.Acne ขจัดเซลล์ผิวเก่า และสิ่งสกปรกออกได้อย่างหมดจด โดยไม่ทำลายสมดุลน้ำหล่อเลี้ยงผิว

โทนเนอร์ขิงและโทนเนอร์หัวหอมสูตรไร้แอลกอฮอลล์​ ช่วยปรับสภาพผิวหลังล้างหน้า โดยโทนเนอร์ขิงจะเหมาะกับสิวอักเสบ และโทนเนอร์หัวหอมเหมาะกับสิวอุดตัน

Vit C Essence เอสเซนส์ที่ช่วยปรับคืนค่า pH ให้ผิวหลังล้างหน้า เพิ่มความกระจ่างใส และช่วยเพิ่มน้ำหล่อเลี้ยงใต้ผิว จึงลดการขับความมันส่วนเกินได้อย่างชัดเจน สิวที่เกิดจากความแห้ง/ความมันไม่สมดุล จะหายได้อย่างรวดเร็วค่ะ

Skin Repair Serum เอสเซนส์ที่ช่วยฟื้นสภาพรูขุมขนที่เสื่อมถอยจากการกดบีบสิวและอายุ เหมาะสำหรับผิวที่มีสิวอุดตันและสิวผดกระจายเป็นบริเวณกว้างเนื่องจากรูขุมขนเสื่อมสภาพ ให้ใช้เสริมกับตัวบำรุงรักษาสิวที่ใช้อยู่ จะค่อยๆ ปรับสภาพรูขุมขน ให้ผิวเรียบเกลี้ยงขึ้น ควบคุมและป้องกันรูขุมขนอุดตัน ที่ทำให้เกิดสิวในอนาคตค่ะ เมื่อสิวไม่ขึ้น รูขุมขนก็จะฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่ เมื่อใช้ระยะยาวจะสามารถช่วยลดปัญหารูขุมขนกว้างหย่อนคล้อย เป็นร่องลึกให้ตื้นขึ้นและกระชับยิ่งกว่าเดิมได้

Moringa Detox Gel เจลมะรุม อัดแน่นด้วยสารต้านอนุมูลอิสระธรรมชาติ ช่วยป้องกันอนุมูลอิสระจากฝุ่นควัน แสงแดด และมลภาวะเคมีที่กระตุ้นให้เกิดสิว ฟื้นฟูผิวที่เสียสมดุลจากการใช้สารเคมีให้กลับคืนสู่สมดุล ผิวชุ่มชื่น ทนต่อสภาวะแวดล้อมได้ดี ผิวหน้ามีค่า pH ที่สมดุลและแข็งแรงขึ้น

Skin Repair Cream ครีมมังคุด ช่วยคืนสมดุลความชุ่มชื่นของน้ำและน้ำมันให้แก่ผิวอย่างเร่งด่วน เหมาะกับผิวที่มีปัญหาเสียสมดุล หน้าแห้งหรือมันมากจนเกินไป ช่วยปรับผิวชั้นเคราตินให้นุ่มเรียบ พร้อมลดผดผื่นคัน ผิวอักเสบที่เกิดความแห้งหรือการขับน้ำมันที่ไม่สมดุล เหมาะสำหรับใช้บำรุงฟื้นฟูผิวเป็นสิวในช่วงกลางคืน หรือทาบริเวณที่แห้งลอกขุยได้ทุกเวลา

Acne Mask มาส์กสิวอุดมไปด้วยแร่ธาตุธรรมชาติที่ทำให้ผิวหน้าเย็น ช่วยให้สิวอักเสบยุบตัวลง ขจัดสิ่งสกปรกและฆ่าเชื้อในรูขุมขน ฟื้นฟูระบบผลัดเซลล์ผิวให้เข้าสู่วงจรปกติ ควรพอก 3 วันครั้ง เพื่อผิวหน้าที่สะอาดเรียบลื่น ไร้สิ่งอุดตัน

ลองเช็คส่วนผสมหลักและตัดสินใจดูนะคะหากผิวบอบบางแนะนำให้เลือกเป็นตัวบำรุงรักษาสิวที่ทาทั่วหน้าได้ ลองใช้ดูก่อน

เมื่อผิวปรับสภาพกับตัวบำรุงพื้นฐานได้แล้ว จึงค่อยเพิ่มตัวเสริมเฉพาะจุดที่ยังไม่หายก็ได้ค่ะ

หากผิวแข็งแรงดี ไม่ลอก ไม่แพ้ง่าย สามารถเลือกตัวที่เข้มข้นเห็นผลเร็ว
และสามารถใช้ตัวเสริมทั้งโทนเนอร์ เอสเซนส์ ซีรั่ม และมาส์กร่วมได้เลยค่ะ

หากไม่แน่ใจ ส่งรูปผิวหน้ามาทางอีเมลล์ ให้ร้านช่วยดูให้ก่อนก็ได้ค่ะ

แสงแดดทำให้สิวเห่อ ??

เพราะฤดูร้อนทำให้ผิวพรรณหมองคล้ำ สูญเสียน้ำ… ผิวจึงเสียสมดุล หน้ามันและเป็นสิวได้ง่าย

นอกจากการรักษาสมดุลของน้ำใต้ผิวด้วยเอสเซนส์สูตรน้ำหลายๆ ชั้น และปิดล็อครักษาระดับน้ำใต้ผิวให้คงอยู่ด้วยครีมบำรุงแล้ว ยังต้องคำนึงถึงการสัมผัสกับแสงแดดระหว่างวันด้วย เพราะรังสี UV และความร้อน ทำให้สิวกำเริบได้ !!

รังสี UV แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ UV-A และ UV-B หากได้รับไม่มากเกินไปจะเป็นประโยชน์ต่อการสร้างวิตามิน D แต่ด้วยสภาวะของโลกและแสงแดดที่ส่งผ่านจากดวงอาทิตย์ลงมายังพื้นโลกใน ปัจจุบัน ทำให้ผลการวิจัยและข้อมูลกล่าวถึงอันตรายที่เพิ่มมากขึ้นทุกวันๆ ซึ่งหากได้รับปริมาณมากเกินไป ต่อเนื่องและยาวนาน จะมีผลไปทำลายระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทั้งผิวหนัง ดวงตา นอกจากนี้ยังมีการศึกษาในแง่พันธุกรรม พบว่ารังสี UV-A และ UV-B สามารถทำให้สารพันธุกรรม DNA มีการเปลี่ยนแปลงไป ก่อให้เกิดมะเร็งได้ และพบว่ายีนหลายตัว และไวรัสหลายชนิดก็ถูกกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโดยรังสี UV เช่นกัน ซึ่งเป็นบ่อเกิดของสิว หรือทำให้สิวที่เป็นอยู่ปะทุยิ่งขึ้น

ผล กระทบที่รุนแรงและน่ากลัว ทำให้หลายคนตื่นตัวในการหลีกเลี่ยงและเริ่มระวังป้องกันแสงแดดมากกว่าเดิม เพราะไม่เพียงแค่ผลกระทบที่ทำให้ผิวดำคล้ำขึ้นเท่านั้น หากปล่อยปละละเลย หรือขาดการป้องกันที่ดี อาจถึงขั้นทำให้เกิดฝ้ากระ จุดด่างดำแบบถาวร จนถึงขั้นทำให้เป็นมะเร็งผิวหนังได้เลยทีเดียว

อันตราย จากแสงแดดส่งผลชัดเจนขึ้นกว่าแต่ก่อน โดยรังสี UVA จะแทรกลงสู่ผิวชั้นหนังแท้ ทำลายชั้นคอลลาเจน ก่อให้เกิดรอยย่น สูญเสียความยืดหยุ่น กระชับ และส่งผลสุดท้ายร้ายแรงคือ มะเร็งผิวหนัง UVB จะส่งผลต่อผิวชั้นบนในทันที และปรากฏให้เห็นเป็นรอยแดง ผิวไหม้ อักเสบ ท้ายสุดก็อาจนำไปสู่มะเร็งผิวหนังได้เช่นกัน

หน้าร้อนถือเป็นฤดูแห่งสีสัน ความสนุกสนานและมีชีวิตชีวา บรรยากาศแห่งการท่องเที่ยว กิจกรรมกลางแจ้งที่น่าสนุกเร้าใจ แฟชั่นการใส่เสื้อผ้าอวดผิวสวย โดยเฉพาะการเที่ยวทะเล สาวๆ หลายคนเตรียมเสื้อผ้ามาอย่างดีเพื่อการอวดผิว แต่อย่าลืมว่าการปกป้องแสงแดดก็สำคัญไม่แพ้กัน ไม่เช่นนั้นผิวสวยที่อุตส่าห์ดูแลมาอย่างดีอาจหมองคล้ำเหี่ยวย่นและอาจเกิด เป็นฝ้า,กระนูนที่เป็นอันตราย หลายคนเลือกหลีกเลี่ยง ซ่อนผิวอยู่ในเสื้อผ้าที่มิดชิด ขาดความมั่นใจ จึงพลาดโอกาสออกไปสนุกสนานร่าเริงกับลมร้อนและไอแดดในฤดูนี้

สร้างความมั่นใจในการออกไปสนุกสนานท่ามกลางแสงแดดด้วยผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดของ 2-beauty

ด้วยสารกันแดดชนิดที่มีความเสถียรสูงในกันแดดใยไหมของ 2-beauty ช่วยปกป้องคุณจากแสงแดด กันน้ำกันเหงื่อให้ประสิทธิภาพสูงสุดในการป้องกันรังสี UV ปกป้องผิวอย่างอ่อนโยน พร้อมวิตามิน C ที่ช่วยเสริมการทำงานของกันแดดให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพียงทากันแดดให้ทั่วใบหน้าและลำคอก่อนแต่งหน้าทุกวัน ในปริมาณที่เพียงพอ หากเหงื่อออกมา ควรซับเหงื่อและเติมกันแดดอีกครั้ง เพื่อประสิทธิภาพที่สมบูรณ์ยาวนานตลอดวัน

หลังการปกป้องผิวอย่างมั่นใจแล้ว ไม่ควรลืมทำความสะอาดผิวให้หมดจดทุกครั้ง เพราะคุณสมบัติกันน้ำ (Water-proof) ของกันแดดใยไหม ที่ให้ผลดีในการปกป้อง อาจก่อให้เกิดผลเสียหากไม่ทำความสะอาดอย่างเกลี้ยงเกลา กันแดดสูตรนี้ไม่สามารถทำความสะอาดด้วยน้ำเปล่า หรือสบู่เพียงอย่างเดียว ควรใช้ Cleansing ประเภทที่มีน้ำมันเป็นส่วนประกอบ เช่น Cleansing Milk หรือ Cleansing Oil ที่มีประสิทธิภาพในการทำความสะอาดได้อย่างหมดจดล้ำลึก ช่วยให้ขั้นตอนการทำความสะอาดกันแดดหรือแม้แต่เครื่องสำอางสูตรกันน้ำถูกชะ ล้างออกได้อย่างง่ายดาย หลังจากนั้นจึงเข้าสู่ขั้นตอนการล้างหน้าด้วยสบู่ตามปกติ

เพียงเท่านี้ผิวคุณก็จะสะอาดหมดจดไม่มีสารตกค้างใดๆ ทิ้งไว้รบกวนผิวแล้วล่ะค่ะ

สำหรับคนที่แพ้กันแดด หากมั่นใจไม่ใช่เกิดจากการทำความสะอาดไม่ดีพอแต่แพ้สารกันแดดชนิดนั้นจริงๆ แนะนำให้เปลี่ยนและหาครีมกันแดดตัวอื่นๆ ที่ใช้ดีไม่แพ้ให้เจอ แล้วยึดไว้ใช้เป็นกันแดดประจำตัวนะคะ โดยเฉพาะคนที่ผิวขาวมากๆ จะมีเม็ดสีเมลานินน้อย หรือแทบไม่มีเมลานินเลย ทำให้ความสามารถในการป้องกันรังสี UV ต่ำกว่าคนที่ผิวคล้ำ ไม่ควรปล่อยผิวสัมผัสรังสี UV โดยไม่มีการป้องกัน ดังนั้นพยายามหากันแดดที่ไม่แพ้ให้เจอ และใช้เป็นประจำค่ะ

จะแพ้ไหมคะ ?

จะแพ้ไหม > “สินค้าในร้านทุกตัวขายมานานกว่า 6 ปี ผ่านการคัดเลือกมาแล้วว่าเป็นสูตรที่ใช้ได้ผลดี หากกลัวแพ้แนะนำให้ซื้อขนาดเล็กไปลองใช้ดูก่อน อย่างไรก็ตาม การแพ้นั้นไม่ใช่สิ่งถาวร แม้แต่การตรวจการแพ้จากโรงพยาบาล ก็พบว่าบางครั้งเทสแล้วแพ้ แต่เทสอีกครั้งกลับไม่แพ้ ซึ่งขึ้นกับระดับเคมีต่าง ๆ ในร่างกาย ณ เวลานั้น รวมทั้งภูมิคุ้มกันแต่ละช่วงที่แตกต่างกัน การแพ้จึงเป็นสิ่งที่ไม่สามารถรับประกันได้ จะแพ้หรือไม่แพ้ ตอนแรกไม่แพ้ต่อมาสักพักจึงแพ้ แพ้ตลอดแต่พอมาลองอีกทีก็หายแพ้ บางช่วงแพ้ บางช่วงไม่แพ้ก็มีเช่นกัน ดังนั้นจึงเป็นคำถามที่ไม่สามารถตอบฟันธงอย่างใดอย่างหนึ่งได้ค่ะ”

แพ้แล้วขอคืนสินค้าได้ไหมคะ > “ขอโทษจริง ๆ ค่ะ ทางร้านไม่มีนโยบายรับคืนสินค้าที่เปิดใช้แล้ว ทางร้านรับประกันเฉพาะความปลอดภัยจากสารต้องห้าม แต่ไม่ได้รับประกันการแพ้ส่วนผสมอื่น ๆ เนื่องจากผลิตภัณฑ์ของเราเป็นครีมบำรุงธรรมชาติที่ไม่ได้ผสมยาแก้แพ้ไว้ค่ะ สินค้าที่เปิดใช้แล้วรับคืนไม่ได้จริง ๆ ต้องขอโทษด้วยค่ะที่ใช้แล้วไม่ถูกกับผิวหน้า ลองเป็นตัวอื่น ๆ ไหมคะ อาจใช้แล้วถูกกับผิวก็ได้ค่ะ”

ร้าน 2-beauty ไม่รับประกันการแพ้ หากเปิดใช้สินค้าแล้วแพ้ ทางร้านไม่รับเปลี่ยนหรือคืน เนื่องจากผิวแต่ละคนตอบสนองต่อสารแต่ละตัวต่างกัน สารที่ลูกค้าแพ้ ลูกค้าอื่น ๆ กลับไม่แพ้ การแพ้จึงไม่สามารถรับประกันได้ ทางร้านมีขนาดเล็กไว้ให้ลองใช้ก่อน หากใช้ดีแล้วจึงค่อยซื้อขนาดใหญ่ไปใช้นะคะ

ลูกค้าที่ใช้ IE ต่ำกว่า 8 อาจพบปัญหาการแสดงผลที่ผิดแปลก

ลูกค้าที่ใช้ IE ต่ำกว่า 8 อาจพบปัญหาการแสดงผลที่ผิดแปลก ไม่สวยงาม ซ้อนทับ และโหลดช้าผิดปกติได้ เนื่องจากร้านใหม่นั้น ใช้เทคโนโลยีการเขียนโค้ดแบบใหม่ที่ IE เวอร์ชั่น 6-7 ไม่รองรับ
แนะนำลูกค้าเปลี่ยนไปใช้ Firefox ,Safari หรือ Google Chrome จะสามารถใช้งานได้สะดวกรวดเร็วก
ว่าค่ะ

อย่าลืมนะคะ อัพเดท IE เป็น Version 8 หรือโหลด Browser Firefox, Chrome ได้ที่ลิ้งค์นี้เลยจ้า

http://www.lnwshop.com/webboard/viewtopic/74

 

*แนะนำ* วิธี Face Pack เพียง 3 นาที เอาชนะปัญหาผิวได้ครอบจักรวาล

“ทำยังไงจึงจะสวยขึ้นได้ โดยไม่ต้องเสียเงิน เสียเวลา”

ผิวหนังของเราก็เป็นเส้นใยชนิดหนึ่งค่ะ ดังนั้นถ้าพิจารณาทางกายภาพแล้ว จุดด่างดำ และฝ้า ย่อมบรรเทาให้จางลงได้ เปรียบได้กับเสื้อผ้า (ซึ่งก็เป็นเส้นใยชนิดหนึ่ง) การเอาไปซักทำความสะอาด ขัด ใส่น้ำยาปรับผ้านุ่ม ก็ทำให้ผ้าหมอง ๆ ดูใสขึ้น และนุ่มขึ้นได้ ถ้าอยากถนอมผ้า ก็ต้องเอาไปซักแห้ง

ถ้าคุณไม่มีเวลาพาผิวหน้าไปซักแห้ง (เข้าสถานเสริมความงาม) ก็ไม่เห็นจะยาก !!! เพราะคุณสามารถสปาผิวหน้าได้ด้วยตัวเอง ทุกท่านก็สามารถดูแลผิวพรรณได้ด้วยตัวเองเป็นเรื่องธรรมดา โดยอาศัยแค่จดจำเคล็ดลับเล็ก ๆ น้อย ๆ

ผู้หญิงมักโทษเงินและเวลา เป็นตัวการทำให้ผิวสกปรก “เพราะต้องเลี้ยงลูก เลยไม่มีเวลาดูแลผิว” “ไม่มีเงินก็เลยไปเข้าสปาไม่ได้” ฟังคำพูดเหล่านี้แล้วก็รู้ว่า เป็นแค่คำแก้ตัว บุคคลกลุ่มนี้แม้จะมีเงิน มีเวลา ก็ไม่ทำอยู่ดี ไม่ใช่ว่าต้องใช้เงินใช้เวลาจึงจะสวยได้ ต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ว่า “ทำยังไงจึงจะสวยขึ้นได้ โดยไม่ต้องเสียเงิน เสียเวลา”

วิธีที่แนะนำให้นี้ก็ไม่ต้องใช้เครื่องมืออะไรเป็นพิเศษ ทำได้ขณะอยู่ในห้องน้ำ หรือ ห้องนั่งเล่น แถมยังได้ผลพอ ๆ กับไปสถานเสริมความงาม วิธีนี้เรียกว่า “การแพ็คหน้า Face Pack”

อันดับแรกแค่หาเวลาสำหรับตัวเองสักวันละ 5 นาทีก็ยังดี ปลดปล่อยสัมผัสทั้ง 5 มุ่งความสนใจไปที่การดูแลผิวพรรณ ช่วงเวลานี้คุณจะรู้สึกว่า ถ้าไปสถานเสริมความงามร้านแพง ๆ ก็กลัวว่าจะต้องถูกให้ซื้อผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ถ้าต้องนึกเรื่องนี้ไปพลางใช้บริการไปพลาง แบบนี้ไม่มีความสุขแน่ แต่ที่คุณกำลังทำอยู่นี้กลับทำให้รู้สึกว่าจิตใจและร่างกาย กำลังได้รับการเอาใจใส่ดูแลโดยไม่ต้องมีเรื่องอะไรเข้ามารบกวนใจ สบายกว่ากันเยอะ !!

การแพ็คหน้า (Face Pack) เป็นการฟื้นฟูผิวหน้าแบบเร่งด่วน ที่ได้ผลดีเยี่ยมเท่ากับการใช้เอสเซ้นซ์บำรุงผิว

ผ้าขนหนูชื้น เมื่อวางบนกระดาษ กระดาษก็จะซึมซับน้ำทีละนิด ผิวชั้นนอกของเราซึ่งหนาเพียง 0.2 มม. ก็ย่อมซึมซาบได้ถึงภายในเช่นกัน

กล่าวคือ การจะให้โทนเนอร์ซึมซาบผ่านผิวเข้าไปได้นั้น แค่เช็ดโทนเนอร์ลงบนใบหน้า โทนเนอร์ก็จะระเหยหายไปอย่างรวดเร็ว ต้องใช้แผ่นสำลีชุบโทนเนอร์วางบนใบหน้า ทำให้การซึมซาบกินเวลานานกว่า หรือใช้ฝ่ามือประคบอย่างช้า ๆ รอจนโทนเนอร์ซึมซาบเข้าสู่ภายใน เป็นวิธีที่ดีที่สุด

ข้อดีของ การแพ็คหน้า Face Pack คือ

ทำง่าย กินเวลาน้อย แต่ให้ผลเท่ากับการใช้เอสเซ้นซ์เข้มข้นบำรุงผิว

 *ทำตอนไหนก็ได้ค่ะที่สะดวก โดยให้ทำหลังล้างหน้าทันทีค่ะ


ขั้นตอน

1. เช็ดปรับสภาพผิวด้วยโทนเนอร์ชุบสำลี 1 รอบ

2. ให้ใช้สำลีแบบไม่รีดขอบชุบน้ำสะอาดบีบน้ำออก แล้วหยดโทนเนอร์ลงไปบนสำลี แบบไม่ต้องกลัวเปลือง จนชุ่มแผ่น

3. แยกสำลีออกเป็นแผ่นบาง ๆ 4 แผ่น แปะบนหน้าผาก แก้ม 2 ข้าง อีกแผ่นตัดครึ่งแปะบนจมูก และ คาง (เหมือนการมาส์คหน้าด้วยแผ่นสำลีชุ่ม ๆ นั่นเอง)

ปล. ถ้ากลัวเปลือง จะแพ็คเฉพาะบริเวณที่ต้องการก็ได้ค่ะ เช่นถ้าหน้ามันทีโซน ให้แยกสำลีเป็น 3 แผ่นพอ แปะบนหน้าผาก จมูก คาง 3 จุด แก้มไม่ต้องก็ได้ค่ะ ถ้าผิวที่แก้มไม่มีปัญหา

4. ทิ้งไว้เพียง 3 นาที แล้วเอาสำลีออก ทาครีมบำรุงต่อได้เลยค่ะ (ไม่ควรทิ้งไว้จนสำลีแห้ง เพราะสำลีที่แห้งแล้วจะดูดความชุ่มชื่นจากผิวกลับคืน ทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื่น ไม่ดีค่ะ)

คำเตือน : 
- ไม่ควรใช้โทนเนอร์ที่มีแอลกอฮอลล์ เพราะแทนที่จะเติมน้ำให้ผิว กลับดูดน้ำจากผิวออกไป ทำให้ผิวแห้ง
- ไม่ควรทิ้งไว้เกิน 3 นาที เพราะแทนที่ผิวจะได้รับน้ำ กลับกลายเป็นขาดน้ำได้ ถ้าทิ้งไว้จนแห้งเกินไป

เมื่อสำลีเปียกน้ำ ทำให้เส้นใยแนวตั้งล้มลง ช่วยลดความระคายเคืองต่อผิว อีกทั้งปริมาณการใช้โทนเนอร์ก็น้อยกว่าที่ใช้โดยการเทใส่อุ้งมือ ช่วยประหยัดเงินได้ แต่ไม่ทำให้โทนเนอร์เจือจางลง จึงวางใจได้ วิธีนี้เป็นการปลอบประโลมผิวพรรณที่ต้องเผชิญกับสิ่งต่าง ๆ มาทั้งวัน แนะนำให้ทำตอนเย็น ช่วงก่อนเข้านอนเป็นประจำ การใช้โทนเนอร์แพ็ค เป็นการเติมน้ำหล่อเลี้ยง ทำให้ผิวนุ่ม ชุ่มชื้น ละเอียด แค่ชั่วครู่ผิวก็กระชับขึ้น จึงมั่นใจได้ว่า วิธี Toner Pack นั้น ดีพอ ๆ กับการใช้เอสเซ้นซ์

เมื่อคุณต้องพบกับเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันนาน เมื่อต้องออกเดทกะทันหัน พรุ่งนี้มีสัมภาษณ์สำคัญมาก สภาพผิวเช่นนี้ไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไรดี สับสนไปหมด เรื่องด่วนเสียด้วย วางใจเถอะค่ะ ว่าการทำ Toner Pack สามารถช่วยคุณได้

ปัญหาผิวกับการเลือก Toner

1. LC Toner โทนเนอร์ชะเอม + มะเขือเทศ เหมาะสำหรับ  
- ผู้มีปัญหาฝ้า รอยแผล และจุดด่างดำ
- โดนแดดจัดเป็นเวลานาน 
- กลับจากไปเที่ยวทะเล
- ใบหน้าหมองคล้ำจากแสงแดด
- ผู้ที่ทำงานกลางแจ้งเป็นประจำ

2. Ginger Toner โทนเนอร์ขิง เหมาะสำหรับ
- ผู้มีปัญหาสิวอักเสบ สิวหัวหนอง สิวเห่อทั่วใบหน้า
- หน้ามันเยิ้ม บางส่วนแห้งเป็นขุย
- ผิวแพ้ง่าย มีผื่นแดง จากการแพ้เครื่องสำอาง
- มีความกดดันทางอารมณ์ หรือวันไหนที่มีเรื่องทำให้โกรธจัด

3. Onion Toner โทนเนอร์หัวหอม เหมาะสำหรับ
- ผิวหยาบกร้าน ไม่เนียนละเอียด
- รูขุมขนกว้าง มีสิวเสี้ยน
- ผิวขรุขระ ไม่เรียบเนียน เนื่องจากรูขุมขน
- ผิวหน้าหมองคล้ำเพราะรอยแผลสิว

4. Collagen Toner คอลลาเจนโทนเนอร์ผสมใบแปะก๊วย เหมาะสำหรับ
- ผู้มีอายุ 25 ปีขึ้นไป ควรทำอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง
- มีปัญหาริ้วรอย รอยตีนกา ริ้วรอยลึกบริเวณปาก หว่างคิ้ว หน้าผาก
- มีปัญหาความหย่อนยานช่วงลำคอ ความหย่อนบริเวณแก้ม ความหย่อนยานรอบปาก
- ผู้ที่ทำงานอยู่ในห้องปิดกระจกมิดชิดที่เปิดเครื่องปรับอากาศไว้ตลอด
- วันที่ต้องเผชิญอากาศแห้ง หนาวเย็น 
- โหมงานหนัก พักผ่อนไม่เพียงพอ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ oh@2-beauty.com

การปรนนิบัติผิวหน้าด้วยน้ำ

1. ผ้าขนหนูเย็น : ใช้ผ้าขนหนูเย็นคลุมให้ทั่วใบหน้าและใบหู ลดความร้อน
บรรเทาอาการเห่อแพ้แดงอักเสบ
นำผ้าขนหนูชุบน้ำบิดหมาด ม้วนแล้วห่อด้วยแร็ปใส่ไว้ในตู้เย็นจนเย็นได้ที่  แล้ววางคลุมหน้า ให้ความรู้สึกร้อนได้สลายไป อีกทั้งเมื่อตื่นนอนตอนเช้า หลังล้างหน้าแล้ว ใช้วิธีนี้อีกทำให้รูขุมขนกระชับ แต่งหน้าได้เนียนสนิท จึงควรเตรียมผ้าขนหนูเปียกม้วน เก็บใส่ตู้เย็นไว้หลายๆ ผืน

2. สเปรย์น้ำ : เพิ่มความสดชื่น ลดความร้อน
ใช้สเปรย์น้ำแร่ ปลอบประโลมผิวหนังที่ถูกความร้อนทำร้าย ใช้สเปรย์ฉีดให้ทั่วใบหน้า หรือใช้วิธี Water Massage (จะแนะนำรายละเอียดในลำดับต่อไป) โดยใช้ขวดพลาสติคมีสายยาง บีบน้ำให้ไหลผ่านกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ของใบหน้า การที่ใบหน้าได้รับความชุ่มชื้นโดยตรงจากน้ำ ผิวหน้าจะรู้สึกมีน้ำมีนวล

3. น้ำแข็ง : สิ่งที่เหมาะสมที่สุดเพื่อทำให้ผิวเย็นตัวลงคือน้ำแข็ง น้ำแข็งสะอาดห่อด้วยแร็ปแล้วกลิ้งไปมาให้ทั่ว โดยเฉพาะบริเวณที่ผ่านการผลัดลอก สครับ กดหรือดูดสิวเสี้ยน เพื่อปิดรุขุมขน

4. โลชั่น :  ใช้แผ่นสำลีชุบน้ำแล้วบีบน้ำออก หยดโลชั่นไร้แอลกอฮอลล์ใส่สำลีวางงไว้บนผิวหน้า 3 นาที (ดูเพิ่มเติมที่ วิธี Face Pack) ถ้าต้องการให้ได้ผลมากขึ้น ต้องคลุมด้วยแร็ป (จะแนะนำรายละเอียดในลำดับต่อไป) ทำให้ผิวเหมือนผ่านการเข้าซาวน่า ทำให้ผิวรู้สึกอวบอิ่ม ชุ่มชื้้น

5. มาส์กชีท : Mask Sheet มีทั้งแบบที่ชุ่มด้วยเอสเซนส์บรรจุอยู่ในซองอลูมิเนียม และแบบมาส์กหน้ากากอัดเม็ด สะดวกพกพา โดยต้องนำเม็ดมาส์กลงแช่ในเอสเซนส์ก่อนใช้ ให้เม็ดมาส์กดูดเอสเซนส์เข้าไปจนพองเต็มที่ จึงนำมาวางบนใบหน้า ทิ้งไว้ 20 นาที ระหว่างนั้นก็รอให้ผิวรับความชุ่มชื่นและเย็นฉ่ำจากแผ่นมาส์ก หลับตา ให้ผิวได้ผ่อนคลายไปพร้อม ๆ กับรับสารบำรุงเข้าสู่ใต้ผิว

6. เอสเซนส์ :  ตรวจสภาพผิวหน้าของตนเสียก่อน ถ้าใบหน้าหมองคล้ำ ต้องใช้เอสเซนส์เพื่อผิวขาว Vit C Essence ถ้าน้ำหล่อเลี้ยงผิวไม่พอ ต้องใช้เอสเซนส์ชนิดให้ความชุ่มชื้น Placenta Essence สำหรับคนเป็นสิวให้ใช้เอสเซนส์ลดอักเสบ Curmin Extract 100% อีกทั้งถ้ารู้สึกว่ารอบตาแห้ง ต้องใช้อายเอสเซนส์ Eye Gel ส่วนร้ิวรอยที่ปากและริ้วรอยเล็กๆ ต้องทาเอสเซนส์ลดริ้วรอยตามร่อง Micro Collagen เมื่อเติมสารบำรุงที่จำเป็นสำหรับผิวของตนเรียบร้อยแล้ว อย่าลืมลงครีม/ออยล์เป็นขั้นตอนสุดท้าย สำหรับผู้ที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป ควรใช้ชนิดกระชับผิวลดริ้วรอย

การล้างหน้าไม่ดีจริงหรือ?

Jeab: คุณโอ๋ ได้ดูรายการ spon เมื่อพฤหัสที่แล้วไหมค่ะ?
คืองี้ค่ะ เค้าได้กล่าวถึง การล้างหน้าค่ะ
ว่าตัวที่ร้ายกาจที่สุดคือตัว ล้างหน้า
ซึ่งเค้าก็บอกค่ะ ว่ามียังไงแต่ศัพท์เฉพาะจำไม่ได้ค่ะ
แต่เขามีการใช้เครื่องมือวัดค่าผิว ซึ่งผลทำให้ผิวสะอาดแต่แย่
และคนเกาหลี เค้าก็จะมีการล้างเครื่องสำอางก่อน
โดยล้างด้วย oil  2  รอบ  ตามด้วย ล้างโฟม  1 รอบ  รวมแล้วเค้านับการล้างหน้า ครั้งนี้ว่า
“ล้าง 3 รอบค่ะ”  เค้าแนะนำว่า ต้องล้าง 2 รอบ ก็พอ และตอนเช้าใช้น้ำเปล่าล้าง 1 รอบ
ไม่งั้นผลคือหน้าแก่ก่อนวัย อะไรประมาณนี้อ่ะค่ะคุณโอ๋
เลยมาถามคุณโอ๋ ว่า สิ่งที่เรากำลังล้างอยู่ ก็ 3 ครั้งเหมือนกัน
คือใช้ตัว cleansing mild  2 รอบ ต่อด้วย TT wash 1 รอบ
จะทำให้ผิวหน้าเราคงสภาพดีไหมค่ะ จากรติพร

2-beauty: โอ๋ไม่ได้ดูค่ะ จึงไม่แน่ใจว่าเค้าได้พูดถึงการปรับคืนสมดุลผิวหลังล้างหน้าหรือเปล่า

http://www.ทรูบิวตี้.com/หลักการดูแลผิวแบบ-2-beauty/
แต่หากลูกค้าเคยอ่านหลักการดูแลผิวแบบ 2-beauty อาจพอจำได้ว่า หลักการคือ
ทำความสะอาดอย่างเกลี้ยงเกลาหมดจดแล้ว ต้องเติมกลับคืนให้ผิวอย่างเต็มที่ด้วย
ก็จะไม่มีปัญหาผิวแก่ก่อนวัยอย่างแน่นอนค่ะ

สำหรับเทคนิคการดูแลผิวในรายบุคคลก็ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยอีกในแต่ละคน
ซึ่งแตกต่างกันไป ไม่สามารถสรุปเบ็ดเสร็จและใช้วิธีเดียวกันกับทุกคนได้
วิธีนึงอาจให้ผลดีในคนๆ นึง แต่กับอีกคนอาจไม่ได้ผลหรือไม่เหมาะกับผิวก็ได้ค่ะ

อย่างที่โอ๋เคยอัพเดทว่า โอ๋เองไม่ล้างหน้าหรือล้างด้วยน้ำเปล่าในตอนเช้า
ซึ่งก็ไม่ได้บอกให้ทุกคนทำตาม แต่จะแนะนำเฉพาะในรายที่ผิวแห้งอ่อนแอ
แพ้ระคายเคือง เสียสมดุล หรือใต้ผิวขาดน้ำอย่างรุนแรงแต่ผิวมันมากระหว่างวัน
ก็จะดูเป็นรายๆ ไป เฉพาะคนที่ผิวถูกรบกวนมาอย่างรุนแรงเท่านั้น
ที่จะแนะนำให้งดการแต่งหน้า งดล้างหน้า หรือพักหน้าค่ะ

นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดในส่วน ค่า pH ของผิวและผลิตภัณฑ์ที่ใช้ด้วยค่ะ

ค่า pH มีตั้งแต่ 0-14 หากน้อยกว่า 7 คือเริ่มเป็นกรด หรือมากกว่า 7 คือเริ่มเป็นด่างค่ะ

ค่า pH ปกติของผิวสุขภาพดีคือ 4.2-5.6 นั่นก็คือเป็นกรดอ่อน ๆ
ซึ่งค่าความเป็นกรดนี้ขึ้นกับชั้น Acid Mantle หรือชั้นน้ำมันหล่อเลี้ยงผิวนั่นเอง
ในผู้ชายหรือคนที่ผิวมีน้ำมันเคลือบผิวมาก จะมีความเป็นกรดมากกว่า

ประโยชน์ของน้ำมันเคลือบผิวคือช่วยปกป้องผิวจากการกระทบจากภายนอก
กันน้ำ สารเคมี สารพิษต่าง ๆ เข้าสู่ผิว ป้องกันแบคทีเรีย คงความแข็งแรงของผิวชั้นนอก
ชั้นนอกสุดของผิวจะมีชั้นเคราตินปกคลุมอยู่ ซึ่งในภาวะที่เป็นกรดอ่อน เคราตินจะยึดกันอย่างเหนี่ยวแน่น

แต่หากน้ำมันเคลือบผิวถูกชะล้างออกไป ผิวมีภาวะเป็นด่างเพิ่มขึ้น
โครงสร้างเคราตินเหล่านั้นจะหลวมและลดความแข็งแรงลง ทำให้ผิวอ่อนแอชั่วคราว
เกิดช่องว่างที่เชื้อแบคทีเรีย สารเคมี สิ่งต่าง ๆ จะเข้ามากระทบผิวได้ง่าย
ผิวจะทำการปรับสมดุลคืนสู่ค่า pH เดิม โดยการขับน้ำมันออกมาเคลือบผิวไว้
ซึ่งใช้เวลาประมาณ 1-3 ชั่วโมง ขึ้นกับสภาพผิวของแต่ละคน
บางคนน้ำมันเคลือบผิวออกมาเร็ว แต่บางคนก็ช้า

การใช้ครีมหรือน้ำมันบำรุงผิว เคลือบผิวหลังการล้างหน้าตามหลักการของ 2-beauty
จึงเป็นการคืนสมดุล ลดภาวะอ่อนแอของผิวในช่วงหลังล้างหน้าได้เป็นอย่างดี
อย่างที่ร้านได้ย้ำเสมอ ทุกคน แม้ในคนที่ผิวมันมากก็ไม่ควรปล่อยหน้าเปล่า ๆ หลังล้างหน้า
แต่ควรบำรุงในทันทีด้วยการเติมน้ำ เติมการบำรุงให้กับผิวชั้นในด้วยเอสเซนส์ ซีรั่มต่าง ๆ
ที่สำคัญและขาดไม่ได้ คือการปิดผิวด้วยครีมหรือน้ำมันบำรุงผิวเสมอไป ทุกครั้ง
หากใครทำตามก็จะทราบได้ว่าผิวสุขภาพดีนั้นเป็นอย่างไร

ค่า pH ของผลิตภัณฑ์คลีนซิ่งของ 2-beauty ทุกสูตร มีลักษณะแตกต่างจากคลีนซิ่งทั่วไป
ตรงที่มีค่า pH เท่ากับ 5 ใกล้เคียงกับค่า pH ของผิวที่เป็นกรดอ่อน ๆ ค่ะ
ดังนั้นในบางคนที่ค่า pH ของผิวเสียสมดุลไปจากค่าปกติ อาจจะรู้สึกแสบยิบ ๆ ได้ขณะใช้
แต่เมื่อล้างออกก็จะหายไป นั่นเกิดจากค่า pH ของผลิตภัณฑ์และผิวที่ไม่สมดุล

การใช้โลชั่นหรือโทนเนอร์ไร้แอลกอฮอลล์เช็ดผิวทันทีหลังล้างหน้า นอกจากเป็นการคืนน้ำให้ผิวแล้ว
ยังเป็นการปรับคืนสมดุล pH ให้กับผิวหลังล้างหน้าได้ดีมาก แนะนำให้ทำกันทุกคนค่ะ

การล้างหน้าไม่ควรทำเกินวันละ 2 ครั้ง ดังที่ได้แนะนำไว้
(ทำจนสะอาดหมดจดนับเป็น 1 ครั้ง ไม่นับรอบที่ใช้ เพราะแต่ละรอบของแต่ละคนสะอาดไม่เท่ากัน)
ในแต่ละครั้งที่ล้างหน้าด้วยคลีนซิ่งและสบู่ ควรทำด้วยความละเอียดพิถีพิถัน อ่อนโยนและหมดจด
เพื่อให้การล้างหน้าแต่ละครั้งทำเท่าที่จำเป็นเท่านั้นและแต่ละครั้งมีประสิทธิภาพสูงสุดค่ะ
อย่าลืมเติมน้ำหล่อเลี้ยงและตัวเคลือบผิวคืนให้ผิวหน้าทุกครั้ง หลังล้างหน้าอย่างหมดจดแล้ว

หากนำหลักการดูแลผิวแบบ 2-beauty ไปปรับใช้ให้ครบขั้นตอน
ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องผิวแก่ก่อนวัยจากการล้างหน้าอีกต่อไป

Jeab: ขอบคุณข้อมูลคุณโอ๋มากค่ะ ทำให้มั่นใจในการใช้มากขึ้น
รบกวนถามเพิ่มนิดนะค่ะ
คืออย่างเราล้างด้วย mild milk 2 รอบ แล้ว ยังไม่ได้ล้างด้วยโฟมอีกครั้งในทันที
คือทิ้งช่วงอาบน้ำ แปรงฟันก่อน ซึ่งก็กินเวลาไป 10 นาที  จึงจะล้างหน้าด้วยโฟม
แล้วต่อด้วยบำรุงปกติ  ขั้นตอนแบบนี้ถูกต้องไหมค่ะ

2-beauty: ถูกต้องแล้วค่ะ
การใช้คลีนซิ่งที่มีค่า pH เท่ากับผิวไม่ได้ทำลายปราการปกป้องผิวแต่อย่างใด
ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลนะคะ
ปราการของผิวจะหายไปชั่วคราวหลังการใช้สบู่ล้างหน้าซึ่งจะทำให้ผิวเป็นด่างเพิ่มขึ้น
ควรรีบปรับสมดุลอย่างต่อเนื่อง
การอาบน้ำแปรงฟันให้เสร็จเรียบร้อยก่อน แล้วค่อยล้างหน้าด้วยสบู่/โฟม
ต่อด้วยขั้นตอนการปรับสภาพผิวนั่นทำถูกต้องแล้วค่ะ

 

หลักการดูแลผิวแบบ 2-beauty

หลักการดูแลผิวตามแบบฉบับ 2-beauty

อาจจะเสียเวลาหน่อย หน้ามันนิดนะคะ แต่ผิวจะสวย เปล่งปลั่ง อ่อนเยาว์ ไม่แก่ ไม่สิวค่ะ
หลักการดูแลผิวที่แนะนำสำหรับคนผิวมัน เป็นสิวเสี้ยน สิวอุดตัน หรือคนผิวธรรมดา-แห้ง ที่แต่งหน้าบ่อย ก็ใช้หลักการนี้ด้วยนะคะ

คือ
1. ทำความสะอาดของเก่าบนใบหน้าออกให้เกลี้ยง

ไม่ว่าจะเป็น เซลล์ผิวเก่า ครีมเก่า เครื่องสำอางเก่าที่เราลงไว้ อย่าให้เหลือตกค้างเลยนะคะ เอาออกให้หมด ใช้คลีนซิ่งเยอะ ๆ อย่าหวง (Cleansing Cream, Cleansing Oil, Eye Makeup Remover)

2. ใส่บำรุงรอบใหม่ให้เต็มที่

หลักการนี้จะไม่สนใจเรื่องเนื้อผลิตภัณฑ์ ว่าเนื้อเบาใช้กับผิวมัน เนื้อหนักใช้กับผิวแห้งอีกแล้วนะคะ ผิวมันก็ใช้ครีมหรือน้ำมันได้ค่ะ ครีมที่ดีจะต้องชุ่มชื่นพอที่จะปิดล็อคความชุ่มชื่นอยู่ในผิวได้อย่างยาวนาน ยิ่งในช่วงอากาศแห้งครีมยิ่งต้องชุ่มมากขึ้นเท่านั้น สำหรับผิวมันหากเราทำความสะอาดได้อย่างเกลี้ยงเกลาหมดจดจริงๆ แล้ว ก็จะไม่มีปัญหากับการใช้ครีมหรือน้ำมันปิดผิว เทคนิคการวอร์มและประคบครีมเข้าสู่ผิวหน้าจะช่วยลดปัญหาครีมส่วนเกินเหลือตกค้างอยู่บนผิวได้ หากรูขุมขนสะอาดสุขภาพดี ครีม/น้ำมันไหน ๆ ก็พร้อมที่จะถูกดูดซึมเข้าสู่ผิวหน้า โดยไม่เหลือความมันส่วนเกินทิ้งไว้
(เมื่อใช้ในปริมาณและวิธีที่ถูกต้องเหมาะสม) ทั้งยังทำให้ครีมทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากที่สุดอีกด้วยค่ะ

เพื่อไม่ให้รูขุมขนอุดตันเราต้องล้างหน้าแบบเต็มสตรีม เพื่อเอาสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่บนผิวและที่ตกลงไปให้รูขุมขนออกให้หมด หากเราทำความสะอาดแบบเต็มที่ เอาทุกสิ่งออกจากหน้า เราก็ต้องใส่กลับคืนให้เต็มที่ด้วย คือทาบำรุงใต้ผิวเยอะๆ และใช้ครีม/น้ำมันที่ชุ่มพอปิดผิว เพราะการทำความสะอาดอย่างหมดจด จะทำให้ผิวขาดตัวเคลือบผิว ต้องทาครีมเคลือบไว้ทุกครั้ง อย่าปล่อยหน้าเปล่า ๆ หลังล้างหน้าอย่างเด็ดขาดค่ะ

ขั้นตอนการทำความสะอาดผิวที่แนะนำ 

ทำความสะอาดผิวหน้าไม่ต้องบ่อย (ไม่เกิน 2 ครั้งต่อวัน) แต่ทุกครั้งที่ทำความสะอาดต้องละเอียดพิถีพิถันให้เกลี้ยงเกลาหมดจดจริง ๆ

ขั้นตอนที่แนะนำนี้ให้ทำเฉพาะตอนเย็น ตอนเช้าไม่ต้องนะคะ ตอนเช้าล้างน้ำเปล่า หรือสบู่อ่อน ๆ ก็พอ

ขั้นที่ 1 ทำความสะอาดรอบปาก แม้ไม่ทาลิปสี ทาแค่กลอสหรือทาแค่ลิปมัน ก็ต้องทำความสะอาดจุดนี้เฉพาะด้วย อาจใช้ Cleansing Oil หรือ Baby Oil ก็ได้ ชุบสำลีแปะไว้สักพัก ก่อนลูบออกเบา ๆ เช็ดตามแนวร่องปากด้วย เอาคราบสกปรกที่เกิดจากการหมักหมมของสิ่งที่เรากิน/ดื่ม ผสมกับลิปมัน ลิปกลอสออกให้หมดค่ะ

ขั้นที่ 2 ทำความสะอาดรอบดวงตา กรณีแต่งตา ปัดมาสคาร่า เขียนคิ้ว อย่าละเลยขั้นตอนนี้ สิ่งตกค้างอาจทำให้เป็นสิวได้เสมอ ใช้ Eye Makeup Remover เยอะ ๆ ให้ชุ่มแผ่นสำลี ใช้คอตตอนบัดช่วยให้จุดที่เข้าไม่ถึง

ขั้นที่ 3 ใช้คลีนซิ่งครีม 2 รอบ แต่ละรอบใช้ปริมาณเยอะ ๆ ละเลงให้ทั่วหน้าเลยนะคะ ไม่ต้องหวง มากพอที่จะนวดได้ลื่นไหล โดยมีผลิตภัณฑ์ขั้นกลางระหว่างนิ้วกับผิว ถ้าใช้น้อย นิ้วนวดโดนผิวโดยตรง แต่มีผลิตภัณฑ์ไม่มากพอ ก็ไม่สะอาด และหน้าจะเหี่ยวเร็วด้วยนะคะ

ที่ถูกต้องคือ ไล้ผลิตภัณฑ์ (ครีม/ออยล์) ไปทั่วหน้า โดยมีผลิตภัณฑ์ลื่นไหลอยู่ระหว่างนิ้วมือและผิวหน้า
ไล้ผลิตภัณฑ์ไปมาเพียงแผ่วเบา จากนั้นเช็ดออกด้วยสำลีหมาดหรือล้างน้ำก็ได้ ** ทำ 2 รอบ หรือจนกว่าสำลีจะขาวสะอาด **

ขั้นที่ 4 อาจใช้สครับ หรือพวก exfoliant เช่นพอกหน้าแบบผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อน ทุก ๆ 3 วัน
โอ๋ชอบใช้ Clay Mask กับสครับชาเขียว พอกหรือขัดหลังจากใช้คลีนเซอร์แล้วเพื่อทำความสะอาดผิวอย่างล้ำลึกกว่าปกติ

Clay Mask ไม่ควรพอกนานเกิน 10 นาที เพราะจะทำให้ผิวเสียสมดุลย์ได้ และหากขยันพอกโคลนและขัดผิว ควรจะขยันแพ็คหน้าด้วย ใช้essence หรือ toner/lotion ชุบสำลีแผ่นแปะทั่วใบหน้า (อ่านเพิ่มเติมได้ในบทความ *แนะนำ* วิธี Face Pack) หรือใช้มาส์กหน้ากาก Pack Sheet ยี่ห้อใดก็ได้ที่ชอบและไม่แพ้ เพื่อชดเชยน้ำและสารเคลือบผิว กับการทำความสะอาดแบบล้ำลึกในส่วนนี้

ขั้นที่ 5 ล้างหน้าด้วยสบู่ เลือกใช้สบู่ที่เหมาะกับผิว ฟอกสบู่ให้เกิดฟองเต็มที่ เต็มฝ่ามือก่อนนะคะ (อย่าหวงผลิตภัณฑ์) แล้วจึงนำมาลูบไล้ทั่วใบหน้าแบบแผ่วเบา ให้มีฟองอยู่ระหว่างฝ่ามือกับผิวหน้า ลูบให้ทั่ว เน้นบริเวณซอกต่าง ๆ เช่น ซอกปีกจมูก รอบปาก ไรผม คาง หรือส่วนที่มักเป็นสิวอุดตัน

ล้างน้ำออกให้สะอาดหมดจด ควรให้น้ำไหลผ่านหน้า โดยการหวักน้ำจากอ่างล้างหน้ามาชะฟองสบู่ออก โดยที่มือไม่โดนผิวหน้านะคะ หวักน้ำขึ้นมาสูง ๆ ให้น้ำไหลชะหน้าลงไปหลาย ๆ รอบ (เหมือนในโฆษณา) โอ๋ทำประมาณ 20 รอบ อาจใช้มือช่วยในส่วนที่น้ำอาจผ่านไม่ทั่วถึง เช่น ซอกต่าง ๆ ปีกจมูก ไรผม คางใต้ริมฝีปาก โดยใช้มือลูบออกเบา ๆ

ซับหน้าด้วยผ้าขนหนูสะอาด พอหมาด

ขั้นที่ 6 เช็ดผิวด้วยสำลีชุบโทนเนอร์ เลือกโทนเนอร์ชนิดใดก็ได้ที่ไม่แพ้ ชุบสำลีเช็ดให้ทั่วใบหน้า เน้นบริเวณที่เป็นซอก และแปะทิ้งไว้สักพักบริเวณที่มีปัญหา เช่นกันหยดโทนเนอร์ใส่สำลีให้มากพอ เพื่อการเช็ดผิวที่ลื่นไหล มีผลิตภัณฑ์ขั้นกลางระหว่างสำลีกับผิว หากใช้ผลิตภัณฑ์น้อย นอกจากหน้าจะไม่สะอาดแล้ว การปาดสำลีแห้งๆ ไปบนผิว จะทำให้ระคายเคืองและเกิดริ้วรอยได้ง่าย

หลังทำความสะอาดทุกครั้ง ต้องเติมความชุ่มชื้น และทามอยซ์เจอร์ไรเซอร์ (ครีม/น้ำมัน) ปิดผิวให้เพียงพอ ไม่ต้องกังวลว่าหน้ามันในตอนแรก เพราะทาทิ้งไว้สักพัก ผิวจะดูดสารต่าง ๆ เข้าไปจนหมด เหมือนการรดน้ำต้นไม้ ไม่ควรจะรดน้ำรอบเดียว เพราะสักพักน้ำจะซึมหายไปหมดและไม่เพียงพอต่อความต้องการของต้นไม้ทั้งต้น ควรรดน้ำซ้ำ ๆ จนกว่าดินบริเวณนั้นจะอิ่มน้ำ เช่นกันกับผิวหน้า เติมสารบำรุงทีละชั้นอย่างช้า ๆ และใจเย็น (การบำรุงผิวในทุกขั้นตอนไม่ควรทำขณะรีบเร่ง เพราะจะไม่ได้ผลดี) พอซึมหาย ก็เติมอีกชั้นได้ จนกว่าผิวจะเปล่งปลั่ง ฟูขึ้นมา ซึ่งขึ้นกับผิวแต่ละคน การทาบำรุง ให้ใช้วิธี Press In (กดให้ครีมเข้าไปในผิว) ดังที่โอ๋ได้ทำ how to เป็นคลิปวีดีโอมาให้ดูโดยละเอียดกันแล้วนะคะ

สรุปหลักสำคัญ คือ

ล้างอันเก่าออกให้หมด เติมอันใหม่ให้เต็มที่
แล้วผิวจะสะอาด สวย ละเอียดเนียน เปล่งปลั่งอยู่เสมอค่ะ


แนะนำเซ็ทบำรุงสำหรับผิวเป็นสิว

ผิวเป็นสิวนั้นมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างออกไปอีกในรายบุคคล
วันนี้ร้านจะมาแนะนำเซ็ท และเทคนิคการบำรุงผิวสำหรับผิวเป็นสิวในแบบต่างๆ
ลูกค้าสามารถนำไปปรับใช้กันดูได้นะคะ อ่านรายละเอียดสินค้ากดที่ชื่อสินค้าได้เลยค่ะ

>ผิวเป็นสิวจากความแห้ง บอบบาง แพ้ง่าย
- ล้างหน้าด้วย Mild Cleansing Milk
- ปรับสภาพผิวด้วยโทนเนอร์ขิง
- ทาซีรั่มมังคุดปรับสภาพผิว ลดผดผื่นทั่วใบหน้า เช้า-ก่อนนอน
- ทาเจลมะรุมบำรุงตอนเช้า ตามด้วยกันแดด SPF30
- ทาครีมปรับสภาพผิวมังคุดบริเวณที่มีผดผื่น บำรุงตามด้วยเจลมะรุมก่อนนอน
- แพ็คหน้าด้วยโทนเนอร์ขิง เมื่อมีผื่นแดงเกิดขึ้นหรือทุกเมื่อที่ต้องการ
โดยแพ็คทิ้งไว้ไม่เกิน 3 นาทีนะคะ จะช่วยบรรเทาอาการผื่นแดง แพ้
ระคายเคืองได้เป็นอย่างดี และทำให้ผิวหน้าสะอาด ขาวสดใสค่ะ

>ผิวเป็นสิวจากฮอร์โมนขับน้ำมันที่ไม่สมดุลย์ผิวผสม-มันมาก ผิวผู้ชาย
- ล้างหน้าด้วยโฟมมะละกอ หรือ TTWash
- ปรับสภาพผิวด้วยโทนเนอร์หัวหอม
- ทา Renewal Gel หรือ Vit C Gel เข้มข้น บริเวณสิว ทีโซนหรือทั่วหน้า
เพื่อป้องกันการเกิดสิว เช้า-ก่อนนอน
- ทา Aloe Ext. หรือ DNA Cream บำรุงตอนเช้า ตามด้วยกันแดด SPF30
- ทา Clear Gel เพียงเล็กน้อย บริเวณสิวเสี้ยนก่อนนอน
- ทา Lemongrass Night Cream บำรุงก่อนนอน
- อาจใช้แป้งน้ำตะไคร้ทาบาง ๆ ทั่วหน้าก่อนนอน เพื่อกำจัดเชื้อแบคทีเรีย
และความมันที่หลงเหลืออยู่ตามรูขุมขน
- พอกหน้าด้วย Clay Mask ทุก ๆ 3 วัน ช่วยให้ผิวสะอาดใส เรียบเนียนไร้ความมันค่ะ

>ผิวเป็นสิวอักเสบจากการกดบีบและติดเชื้อ
- ล้างหน้าด้วยสบู่ขิง
- ปรับสภาพผิว/แพ็คหน้าด้วยโทนเนอร์ขิงทุกวัน เพื่อลดการอักเสบ
- แต้มสิวด้วย TTGel หรือ Spirulina Gel บริเวณที่อักเสบเช้า-เย็น
ก่อนนอนให้ตามด้วย Deadsea Clay พอกปิดทั่วบริเวณที่อักเสบ
- ทา Aloe Ext. บำรุงตอนเช้า ตามด้วยกันแดดค่ะ
- ทา Vitasome EC Gel บำรุงก่อนนอน
- พอกหน้าด้วยมาส์กสิวทุก ๆ 3 วัน เพื่อลดเชื้อแบคทีเรีย และให้อาการอักเสบหายเร็วยิ่งขึ้น

 

เกี่ยวกับ อย.

Q: พี่ขออนุญาติถามเกี่ยวกับ อย. ว่าของเวบน้องโอ๋ต้องไปทำเรื่องอย. ด้วยมั้ยอ่ะค่ะ ไม่ใช่อะไร เห็นช่วงนี้เวบอื่น เค้าแจ้งว่าปีนี้เค้าตรวจเหรอ กลัวถ้าไม่มี เดี๋ยวจะมีผลอะไรมั้ย เรื่องของเรื่องกลัวจะไม่ได้ใช้ของดี ๆ ถ้าเค้าตรวจอะไรขึ้นมา คือพี่ก็ไม่รู้หรอก แต่เห็นเวบอื่นเค้าอ้างอิงว่าปีนี้เข้มงวด อะไรประมาณนั้น เลยเป็นห่วยจ้ะ โดยส่วนตัว ใช้ของน้องโอ๋มันถูกกับหน้าพี่ที่มันไม่ถูกกับอะไรเลยซักอย่าง ลองที่อื่นยังไง กลับมาตายรังทุกที และปลื้ม สไปรูลิน่า เจล สุด ๆ อ่ะจ้ะ

A: สำหรับการจดแจ้งกับ อย. บริษัทที่ขอจดทะเบียนกับอย.ได้จะต้องเป็นโรงงานอุตสาหกรรม โดยต้องผ่านมาตรฐาน GMP.โดยมีกระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงสาธารณสุขร่วมตรวจสถานที่และอย.ตั้งมาตรฐานไว้สูงมาก

ของที่ร้านเป็นเพียงสินค้า Home Made เป็นสูตรเฉพาะที่ทำใช้เองในกลุ่มเล็ก ๆ ระดับ OTOP เท่านั้นค่ะ ไม่ได้มีโรงงานใหญ่โต ตรงนี้จึงไม่สามารถขอจดแจ้งได้เหมือนสินค้าที่มี GMP จากโรงงานค่ะ

อย่างไรก็ตาม เลขจดแจ้งไม่ได้มีการตรวจสอบคุณภาพสินค้าภายในนะคะ เป็นเพียงเอกสารอ้างอิงเท่านั้น

** Update เรื่องเลขจดแจ้ง **

ทางร้านได้เข้าไปสอบถามทาง อย. รวมทั้งปรึกษากับเพื่อน ๆ ที่เป็นผู้ประกอบการคลีนิคผิวหนัง ถึงข้อดี-ข้อเสีย ของการขอเลขจดแจ้ง ซึ่งล่าสุด อย. เปิดให้มีการจดแจ้งได้ง่ายขึ้น ไม่ได้มีการเข้าตรวจสถานที่ ไม่ได้มีการตรวจคุณภาพสินค้าภายใน เป็นเพียงการแจ้งสูตรส่วนผสมไว้อ้างอิงในระบบสารสนเทศของ อย. เท่านั้น จริงๆ แล้วการขอเลขจดแจ้งนั้นทำได้ไม่ยาก ข้อมูลต่างๆ ที่แจ้งไว้กับ อย.ไม่ได้มีการตรวจสอบใดๆ ค่ะ

พบว่าผู้ประกอบการคลีนิคต่างๆ เองก็ยังไม่ยินยอมที่จะดำเนินการจดแจ้งแต่อย่างใด โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่เป็นสูตรลับเฉพาะของแต่ละร้าน แม้ว่าจะมีบางเว็บใช้เป็นข้อโจมตี แต่ทางร้านและเพื่อน ๆ ผู้ประกอบการได้พิจารณาแล้ว พบว่าข้อดีสำหรับลูกค้านั้นมีน้อย (ข้อมูลที่ให้ไว้กับ อย. ไม่ได้มีการตรวจสอบใดๆ) ข้อเสียของผู้ประกอบการเกี่ยวกับการเปิดเผยสูตรนั้นมีมากกว่า ตรงนี้ร้านจึงรอให้มีความชัดเจนในข้อตกลงระหว่าง อย.กับทางคลีนิคต่างๆ ก่อน โดยหากผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ในคลีนิคมีเลขจดแจ้งที่เป็นมาตรฐานเดียวกันแล้ว ร้านก็จะดำเนินการจดแจ้งตามผู้ประกอบการคลีนิคต่อไปค่ะ

สินค้าเด่นในร้าน 5 ตัวแรกค่ะ

 

1. ครีมหน้าใสใบชมพู่

ต้านอนุมูลอิสระ หน้าใส ลดรอยด่างดำ : ใบชมพู่สกัด+โสม+วิตามินอี

2. ครีมปรับผิวขาวชะเอม

ส่วนผสมบำรุงผิวขาวคุณภาพสูง อ่อนโยน : ชะเอมสกัด+โสม+วิตามินซี

3. ครีมหน้าเด้งเกสรผึ้ง

ผิวตึง กระชับ เรียบเนียนขึ้น : เกสรผึ้ง+วิตามินซี+วิตามินอี

4. สบู่มะขามป้อม

สบู่ถนอมผิว ลดจุดด่างดำ : มะขามป้อม+แตงกวา

5. สบู่หน้าเด้งเกสรผึ้ง

ผิวนุ่ม เนียน คืนสู่ความอ่อนเยาว์ : เกสรผึ้ง+ทานาคา

 

สนใจสินค้าสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 085-0300056
http://www.2-beauty.com

คลิปวีดีโอ วิธีการล้างเครื่องสำอาง และอัพเดทการล้างหน้า หลาย ๆ น้ำ

 

การล้างหน้าด้วยสบู่ โอ๋ล้างแบบคนนี้นะคะ

แต่จะเว้นรอบดวงตาไว้ เพราะเป็นคนรอบตาแห้งค่ะ

การวักน้ำจากอ่างขึ้นมาล้างหน้าจะได้ผลดีกว่า สะอาดกว่าการล้างด้วยฝักบัวไหลผ่าน
และยังช่วยให้ผิวกระชับไม่หย่อนคลอยเร็วด้วยค่ะ ลองทำกันดูนะคะ

อัพเดทสภาพผิวหน้า และผลิตภัณฑ์ที่ใช้ประจำวัน พร้อมเทคนิคการดูแลผิว เฉพาะตัวของโอ๋เองค่ะ สังเกตได้ว่าหน้าไม่ขาวกว่ามือนะคะ

สินค้า 2-beauty ไม่ฟอกสีผิวค่ะ
ดังนั้นผลิตภัณฑ์จะปรับผิวขาวสุดเท่าสีผิวธรรมชาติที่ไม่โดนแดดนะคะ
สังเกตได้ว่าหน้าจะไม่ขาวซีดกว่าสีผิวจริงมากค่ะ

My Individual Skin Condition

สภาพผิวหน้าเฉพาะตัวของโอ๋ (อายุ 32 ปี ผิวธรรมดา-แห้ง)

แต่ก่อนเป็นคนผิวแห้งค่ะ หน้าแห้งมากกกกก ข้อดีคือ รูขุมขนละเอียด บางทีละเอียดมากจน สิวอุดตันหาทางออกไม่เจอ ต้องใช้เข็มสะกิดออก ไม่งั้นก็จะนูนอยู่อย่างนั้น ไม่อักเสบ แต่อยู่เป็นปีเป็นชาติไม่ยอมไปไหน โอ๋มีสิวแบบนี้บ่อยค่ะ ข้อเสียคือ แก่เร็ว เหี่ยวง่าย ช่วงเป็นแอร์ไม่ค่อยได้ดูแลผิว เลยมีริ้ว ๆ ขึ้นรอบตา หน้าผากบ้าง ติดตัวมาจนปัจจุบัน เศร้าค่ะ T_T

หลัง ๆ มาบำรุงหน้าเยอะ จากผิวแห้งเลยกลายเป็นผิวธรรมดาแล้วค่ะ ^_^ ช่วงหน้าหนาว จะเป็นผิวธรรมดาค่อนไปทางแห้ง หน้าร้อนจะเป็นผิวผสมค่ะ (สภาพผิวเราเปลี่ยนแปลงได้นะคะ ต้องหมั่นสังเกตจ้า)

และเคยมีปัญหาสิวที่แผ่นหลังมากด้วยค่ะ ตั้งแต่เป็นวัยรุ่นมา แต่หลังจากตั้งท้อง มีน้อง สิวที่หลังก็หายไปเอง ประกอบกับทานยาคุม ช่วงที่ทานยาคุมติดต่อกัน 6 ปีนั้น สิวที่หลังไม่ค่อยขึ้นอีกเลยค่ะ มีขึ้นบ้าง นาน ๆ ที

ตอนนี้โอ๋เลิกทานยาคุมแล้ว ช่วงหยุดแรก ๆ สิวมีทำท่าจะขึ้นบ้าง แต่ดูแล ฟอกสบู่ ทาแป้งน้ำ สรุปคือหายถาวรแล้วค่ะ ตอนนี้ก็เลิกทานมาได้ 1 ปีแล้ว

หลักการบำรุงผิวส่วนตัว

1. ต้านความชราเป็นเป้าหมายอันดับหนึ่ง ดังนั้นโอ๋จะเน้น และสนใจบำรุงผิว ประเภท Anti-Age มากกว่า ไวท์เทนนิ่งนะคะ เพราะส่วนตัวชอบสีผิวธรรมชาติตัวเองค่ะ

2. ลดจุดด่างดำ รอยแผล โดยการแต้มครีมปรับผิวขาวเฉพาะจุด จะไม่ทาทั้งหน้าค่ะ เพราะทำให้รอยยิ่งเด่นชัด

** สเต็ปดูแลผิวของโอ๋ ดูเหมือนจะใช้เยอะนะคะ แต่โอ๋ทาปริมาณไม่เยอะค่ะ และบางตัวทาเฉพาะจุด ไม่ทาทั่วหน้า

คนส่วนใหญ่มักทาครีมมากเกินจำเป็นโดยไม่รู้ตัว ยิ่งวิธีแต้มแล้วเกลี่ย ๆ นั้นทำให้ใช้ครีมเยอะเกิน เปลืองเกินจริงไปค่ะ แนะนำให้กดลงฝ่ามือ หรือใช้คอตตอนบัดป้ายครีมมาใส่ฝ่ามือในปริมาณที่เหมาะสม ค่อยวอร์มครีมแล้วทาโดยการประคบทั่วหน้า ปริมาณที่แนะนำดูที่นี่ Click!

อยากแนะนำลูกค้าที่มีปัญหาผิวหลายปัญหา ทั้งรอยดำ ฝ้า สิว ริ้วรอย ให้ใช้ผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดเฉพาะจุดที่เกิดปัญหา เพื่อลดภาระการดูดซึมของผิว จะดีกว่าทาทับกันหนา ๆ ทั่วใบหน้า นอกจากจะไม่ได้ผลแล้ว ยังทำให้ผิวอุดตันได้ง่ายด้วยค่ะ

ผลิตภัณฑ์ปัจจุบันที่ใช้อยู่ 

(เช้า)

1. ล้างหน้าด้วยสบู่หัวไชเท้า

2. Eye Gel ทารอบดวงตา ตามด้วย Super Botox

3. ซีรั่มรกแกะ ประคบทั่วใบหน้า
เสริมการดูดซึมและป้องกันอนุมูลอิสระระหว่างวัน

4. Renewal Gel แต้มสิว

5. ครีมใบบัวบก แต้มรอยดำ

6. DNA Cream บำรุงทั่วหน้า

7. กันแดดใยไหม SPF30 สีขาว

 


(ก่อนนอน)

1. Lightening Cleansing Milk ตามด้วย 2-beauty Cleansing Oil

(เสริม : สครับชาเขียว และ มาส์กสิว 3 วันครั้ง)

2. ล้างหน้าด้วยสบู่ขิง

3. Ginger Toner ชุบสำลีเช็ดคราบตกค้างของสบู่ และใช้แพ็คหน้าช่วงใกล้ประจำเดือน

4. Eye Gel ตามด้วย Super Botox Cream บำรุงรอบดวงตา หางตามาจนถึงขมับ

5. ซีรั่มรกแกะ ซีรั่มสูตรน้ำลงทั่วหน้าเพื่อเสริมการดูดซึมตัวต่อไป

6. Renewal Gel แต้มสิว

7. ครีมใบบัวบก แต้มรอยดำ

8. Micro Collagen Serum บำรุงทั่วหน้า

9. Super Botox บำรุงทั่วหน้า

10. น้ำมันจมูกข้าว 100%

 

รายละเอียด สเต็ปการดูแลผิวแบบโอ๋

เมนูมื้อเช้า Morning Skincares

1. Face Wash : เนื่องจากกังวลเรื่องริ้วรอย ประกอบกับตอนนอนหน้าไม่ได้สกปรกและบำรุงไว้แล้วอย่างดี ตอนเช้าจึงไม่ล้างอะไรมาก เน้นใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนที่สุด ที่ไม่ชะความมันออกจากผิวมากเกินไป

2. Toner ไร้แอลกอฮอลล์ : ของเราเป็นสูตรไร้แอลกอฮอลล์ทุกตัว (ประเทศญี่ปุ่นจะเรียกว่า Lotion) ใช้ก่อนทาครีมจะช่วยให้ครีมซึมเข้าไปใต้ผิวได้ดียิ่งขึ้น บางวันที่รู้สึกผิวหน้าแย่ หรืออยากหน้าใสเป็นพิเศษจะ “แพ็คหน้า” อีก 3 นาที ตามสูตร

3. Eye Gel : บำรุงรอบดวงตา ลงเป็นตัวแรกหลังทำความสะอาดผิวเสร็จนะคะ ใช้นิ้วนาง แตะเบา ๆ รอบกระดูกเบ้าตา แตะแบบสปริงเบา ๆ ไม่ต้องนวด ไม่ต้องถู ตอนเช้าให้แตะไล่บริเวณใต้ตาจากหัวตาไปหางตา ช่วยลดอาการบวม ปัญหาถุงใต้ตาได้ค่ะ

4. Essence สูตรน้ำ : ตัวบำรุงแบบเอสเซนท์ หรือบำรุงในรูปแบบน้ำ ให้ลงตัวแรกสุดทั่วหน้า หลังจากอายเจลเลยนะคะ โอ๋สลับใช้ Vit C Essence กับ ซีรั่มรกแกะ โดยจะใช้ซีรั่มรกแกะช่วงก่อนประจำเดือนมา เนื่องจากผิวจะไวต่อแสงแดด เกิดจุดด่างดำหมองคล้ำได้ง่ายในช่วงนั้น และซีรั่มรกแกะ มีส่วนผสมของ “นาโนอาร์บูติน” เข้มข้น ช่วยทำปฏิกิริยาย้อนกลับการเกิดเม็ดสีได้ค่ะ

5. Spot Corrector : ตัวลดรอยด่างดำ ทาป้องกันฝ้า ใช้แต้มรอยสิว จุดด่างดำ รวมทั้ง ช่วงโหนกแก้มยาวไปทางกกหู ทั้ง 2 ข้าง เพื่อลดปัญหาฝ้าบริเวณดังกล่าว แต่จะไม่ทาทั่วหน้านะคะ บางคนมองหน้าโอ๋แล้วอาจจะบอกว่า “ไม่เห็นมีฝ้าเลย” แต่จริง ๆ ฝ้าจะเกิดใต้ผิวก่อน ถ้าสังเกตดี ๆ จะเห็นจาง ๆ อยู่ใต้ผิว ช่วงที่ไม่ใส่ใจเห็นขึ้นมาบ้างแล้ว จุดเล็ก ๆ ที่ใต้ตาซ้าย ตอนนี้เลยดูแลเป็นพิเศษ ก็จางลงไปมากแทบไม่เห็นแล้วค่ะ แต่ก็ทาต่อเนื่องไป

6. Whitening Serum : โอ๋จะใช้ซีรั่ม 2 ตัวเป็นปกตินะคะ คือ ซีรั่มปรับผิวขาว (Whitening Serum) กับ ซีรั่มลดริ้วรอย (Anti-Age Serum) ให้ลง ไวท์เทนนิ่ง ซีรั่ม ก่อนค่ะ

7. Renewal Gel : ตัวแต้มสิว (ถ้าสิวขึ้น) ทา Renwal Gel บาง ๆ ทั่วบริเวณที่เป็นสิวให้กว้าง ๆ ทั่ว ๆ และแต้มระหว่างวัน

8. Scar Cream : ครีมลดรอยสิว (ถ้ามีรอยสิว) ตัวแต้มรอยสิว สามารถจะใช้ตัวแต้มสิวตัวเดียวได้เช่นกัน เพราะตัวแต้มสิวแทบทุกตัวจะมีสารสกัดที่ช่วยลดรอยสิวให้จางลงอยู่แล้ว สำหรับคนที่เป็นสิวเห่อ เนื่องจากการแพ้แนะนำให้ทาตัวแต้มสิวตัวเดียวจะได้ผลในการรักษาสิวที่ดีกว่า ครีมลดรอยสิว (ครีมใบบัวบก) สามารถใช้ได้เมื่อสิวเริ่มยุบลงไปมากแล้ว

9. Anti-Age Serum ซีรั่มลดริ้วรอย : Micro Collagen Serum ตัวนี้ประทับใจตั้งแต่ครั้งแรกแล้ว คือทาแล้วผิวเรียบขึ้น รู้สึกได้ค่อนข้างชัดเจนค่ะ ใช้ติดต่อกันไป 3 เดือนนี้ ริ้วรอยหางตา หน้าผาก ที่เคยมีตอนยิ้มหายไปเลยค่ะ (โอ๋มีรอยไม่มากนะคะ แต่ดูแลเต็มที่ค่ะ) ผลคือ ผิวเรียบขึ้น เต่งตึงขึ้น ชอบมาก หน้านุ่มไม่แห้งด้วย

ประโยชน์ ของตัวนี้หลัก ๆ คือ ช่วยเติมคอลลาเจนเข้าสู่ผิว เพื่อรักษาความเต่งตึง นุ่มฟูของผิวไว้ เหมือนคอยเติมลมเข้าไปในลูกโป่ง ไม่ให้เหี่ยว ฟีบลง นั่นแหละค่ะ แต่เป็นการเติมทีละนิด หรือคงความแน่นของผิวไว้ไม่ให้เหี่ยวไปกว่าเดิมมากกว่า ความแตกต่างจาก เหี่ยวเป็นตึงนั่นอาจไม่ชัดเจน โดยเฉพาะคนที่อายุมากแล้วพึ่งมาเริ่มใช้ เช่น 40 ปีขึ้นไปผลจะไม่ชัดเจนเท่าสาว 20 ต้น ๆ แต่ระยะยาวดีต่อผิวหน้าแน่นอนค่ะ ผิวหน้าจะคงสภาพไว้ เวลาผ่านไป ก็จะดูอ่อนวัยกว่าเพื่อน ๆ วัยเดียวกัน จริง ๆ ค่ะ

10. Day Cream : ครีมบำรุงกลางวัน เลือกที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระมาก ๆ เพราะโอ๋มักจะออกนอกบ้านบ่อย ๆ ค่ะ

11. น้ำมันจมูกข้าว : โอ๋ติดน้ำมันจมูกข้าวมาก ๆ ค่ะ ลงครีมกลางวันแล้วต้องลงน้ำมันจมูกข้าวตามอีก จะรู้สึกหน้านุ่ม ไม่กร้านไปทั้งวัน เกลี่ยรองพื้นได้ง่ายขึ้น และหน้าไม่มันระหว่างวันด้วย นี่เป็นเคล็ดลับที่ค้นพบด้วยตัวเองค่ะ ปัญหา หน้ามัน หนามยอกต้องเอาหนามบ่ง หน้าขับน้ำมันออกมามากเกิน เราก็ต้องเติมน้ำมันให้เค้าให้พอ เค้า(ผิว)จะได้ไม่ต้องขับน้ำมันออกมา ใช้แค่จิ๊ดเดียว หยดเดียวนะคะ รับรองไม่เยิ้มเกิน ไม่อุดตัน สิวไม่ขึ้นค่ะ ใครมีปัญหาหน้ามันลองนำไปใช้ดูได้ค่ะ

12. กันแดดใยไหม SPF30 : จะเปิดใช้ทั้งสีขาวและสีเบจเลยค่ะ วันไหนที่แต่งหน้าครบตามสเต็ป รองพื้น + แป้งฝุ่น จะใช้กันแดดสีขาว แต่ถ้าวันไหนขี้เกียจลงรองพื้น จะใช้สีเบจ ซึ่งเป็นทั้งกันแดดและเบสในตัว รวบขั้นตอนเดียว ตามด้วยแป้งเลยค่ะ

 

เมนูมื้อค่ำ Night Skincares

1. Cleansing Milk & Cleansing Oil : ใช้คลีนซิ่งมิลค์นวดและเช็ดคราบรองพื้นหนัก ๆ ออกด้วยสำลีหมาด 1 รอบ จากนั้นใช้คลีนซิ่งออยล์นวด แล้วล้างด้วยน้ำหลาย ๆ รอบ

2. Face Wash : ตอนเย็นเน้นตัวที่ชำระความมันสิ่งสกปรกได้อย่างล้ำลึก เพราะโอ๋ใช้ออยล์ล้างเครื่องสำอาง จึงต้องใช้ตัวล้างหน้าที่เกลี้ยง ๆ ตามอีกรอบค่ะ

3. Toner ไร้แอลกอฮอลล์:

4. Eye Gel & Super Botox : บำรุงรอบดวงตา ลงเป็นตัวแรกหลังทำความสะอาดผิวเสร็จนะคะ ใช้นิ้วนาง แตะเบา ๆ รอบกระดูกเบ้าตา แตะแบบสปริงเบา ๆ ไม่ต้องนวด ไม่ต้องถู ตอนก่อนนอนให้แตะไล่บริเวณใต้ตาจากหางตาไปหัวตา (สลับกับตอนเช้า) ทาแบบนี้จะช่วยลดริ้วรอยย่น ๆ รอยพับที่หัวตาได้ค่ะ

5. Essence สูตรน้ำ : ตัวบำรุงแบบเอสเซนท์ หรือบำรุงในรูปแบบน้ำ ให้ลงตัวแรกสุดทั่วหน้า หลังจากอายเจลเลยนะคะ

6. Spot Corrector : ตัวลดรอยด่างดำ ทาป้องกันฝ้า แต้มรอยสิว จุดด่างดำ รวมทั้ง ช่วงโหนกแก้มยาวไปทางกกหู ทั้ง 2 ข้าง เพื่อป้องกันการเกิดฝ้าบริเวณดังกล่าว แต่จะไม่ทาทั่วหน้านะคะ

7. Whitening Serum : โดยมากชอบกลุ่ม Vitamin C ค่ะ

8. Renewal Gel : (ถ้าสิวขึ้น) สำหรับลูกค้าที่มีปัญหาสิวอุดตันเม็ดใหญ่ แนะนำเป็น Renewal Gel ที่อ่อนกว่าก่อน ทาเฉพาะที่เป็นสิวอุดตันใต้ผิว เช้าและเย็น หลังวิตามิน C ย้ำว่าทาเฉพาะที่นะคะ ไม่ใช่ทาทั่วหน้า และไม่ได้ทาตลอดทุกวัน ทาเฉพาะช่วงที่มีสิวเท่านั้น ซึ่งโอ๋เป็นสิวน้อยมากค่ะ มีนิดหน่อย 2-3 เม็ดช่วงก่อนประจำเดือน 3-5 วันก็หายหมดแล้วค่ะ หากสิวอุดตันมีเยอะมาก และขึ้นในบริเวณผิวบอบบาง เช่น รอบตา รอบปาก ปีกจมูก ไม่แนะนำให้ใช้ค่ะ

9. Scar Cream : ครีมลดรอยสิว (ถ้ามีรอยสิว) ตัวแต้มรอยสิว สามารถจะใช้ตัวแต้มสิวตัวเดียวได้เช่นกัน เพราะตัวแต้มสิวแทบทุกตัวจะมีสารสกัดที่ช่วยลดรอยสิวให้จางลงอยู่แล้ว สำหรับคนที่เป็นสิวเห่อ เนื่องจากการแพ้แนะนำให้ทาตัวแต้มสิวตัวเดียวจะได้ผลในการรักษาสิวที่ดีกว่า ครีมลดรอยสิว (ครีมใบบัวบก) สามารถใช้ได้เมื่อสิวเริ่มยุบลงไปมากแล้ว

10. Anti-Age Serum ซีรั่มลดริ้วรอย :

11. Night Cream ครีมบำรุงกลางคืน :

12. น้ำมันจมูกข้าว : บางวันถ้ารู้สึกว่าหน้ากร้าน ๆ แห้ง ๆ หมอง ๆ จะใช้ Rice Germ Oil 1 หยด กดลงบนฝ่ามือ ถู ๆ ให้ออยล์เหลวแตกตัว แล้วแปะ ๆ กด ๆ ทั่วหน้า บางครั้งหน้าเป็นขุย ๆ ลงไนท์ครีม แล้วลงน้ำมันจมูกข้าวตามอีก ใช้แค่จิ๊ดเดียว หยดเดียวนะคะ รับรองไม่เยิ้มเกิน ไม่อุดตัน สิวไม่ขึ้นค่ะ แต่จะได้หน้านุ่ม ๆ ไบรท์ ๆ ตอนเช้าเป็นของแถม อิอิ

ว่างให้เช่า/ขายบ้านเดี่ยว 51ตรว. เทพารักษ์ ซ.บางปลา2 ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ น้ำไม่ท่วม

http://a3.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash4/225308_219675454724696_100000467288247_946139_6978892_n.jpg

ขายบ้าน 51 ตร.ว. ที่ชัยพฤกษ์-เทพารักษ์ เพื่อนบ้านและสภาพแวดล้อมดีมาก

ประวัติดี น้ำไม่ท่วม โทร.081-1123199

บ้านเดี่ยวขาย 3,690,000/ เช่า 12,000 บาท พร้อมแอร์ + เฟอร์บิวท์อิน SB

บ้านมาตรฐาน L&H ปี 2548 ซอยบางปลา 2 ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ
เดินทางสะดวก สาธารณูปโภคครบครัน

http://www.facebook.com/media/set/?set=a.219673301391578.75897.100000467288247&l=f87826a570


 

3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ จอดรถได้ 2 คัน
ห้องครัวไทยแยกเป็นสัดส่วน ลานซักล้างหลังบ้าน
ห้องน้ำบนแยกส่วนเปียกแห้ง สวน สนามหญ้าตกแต่งเรียบร้อย

ผ้าม่าน เฟอร์นิเจอร์ น้ำ-ไฟ แอร์ พร้อมเข้าอยู่

บ้านเลขที่ 123/518 ชัยพฤกษ์ เทพารักษ์ (ซ. 39) ซ.ธนสิทธิ์ ถ. เทพารักษ์
ต. บางปลา อ. บางพลี จ. สมุทรปราการ 10540 โทร. 081-1123199

หมู่บ้านชัยพฤกษ์ Land & House ใหญ่ ร่มรื่น Fitness พร้อมสระว่ายน้ำ (ฟรี)
สวนน้ำพักผ่อนในสวนสาธารณะ 3 แห่ง, สนามเด็กเล่น + มีระบบการจัดการส่วนกลาง รักษาความปลอดภัยที่ดี

จุดเด่นของโครงการ สามารถเดินทางเข้าออกได้หลายเส้นทาง อาทิ บางพลี-ตำหรุ
เส้นทางอ่อนนุช เส้นทางวงแหวน และเส้นทางถนนบางนา-ตราด ตัดเข้าซอยวัดหลวงพ่อโต มาเทพารักษ์อย่างรวดเร็ว

สถานที่ใก้ลเคียง สะดวกต่อการเดินทาง

ศูนย์การค้า Big C 3.80 กม.

ร.ร.สาธิตบางนา 3.50 กม.

ทางด่วนบางนา-บางปะกง 7.80 กม.

ถนนวงแหวนตะวันออก 11.80 กม.

สนามบินสุวรรณภูมิ 15.00 กม.

โลตัสซุปเปอร์เซ็นเตอร์ 8.00 กม.

ศูนย์การค้าเซ็นทรัล บางนา 12.00 กม.

ศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ 12.00 กม.

มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ABAC 15.00 กม.

โรงพยาบาล สมิติเวช 15 กม.

โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 5 กม.

โรงพยาบาลสิรินธร 5 กม.

ใกล้โครงการ Mega Bangna(IKEA,Major,Robinson,BigC แล้วเสร็จสิ้นปี 2554) เพียง 10 นาที

บ้านเดี่ยว 2 ชั้น บนพื้นที่ 51 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 132 ตร.ม. (บ้านหัวมุม ลมโกรกดี)

แบบบ้าน 3 นอน 2 น้ำ (พฤกษ์พนา)

ลักษณะเด่น

ชั้นล่าง

o เฉลียงหน้าบ้านในร่มใกล้ชิดธรรมชาติ

o ห้องรับแขกเปิดโล่งรับวิวภายนอกด้วย Bay Window

o ห้องอาหารเปิดโล่งเชื่อมต่อส่วนเตรียมอาหาร

o ห้องครัวไทยแบบเปิด กว้างขวางเป็นสัดส่วน

o ห้องเก็บของใต้บันไดสว่างด้วยแสงธรรมชาติจาก Glass Box

ชั้นบน

o 3 ห้องนอน กว้างขวางลงตัวเป็นสัดส่วน

o ห้องนอนใหญ่กว้างขวาง

o ห้องน้ำแยกส่วนเปียกและส่วนแห้ง

o เตรียมพื้นที่สำหรับบูชาพระ

10 นาทีถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ใกล้โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 3

ใกล้ห้างบิ๊กซี บางพลี ประวัติดี น้ำไม่ท่วม

ขาย 3,690,000 บาท สนใจต่อรองราคาได้

โทร.081-1123199

kawalin_c@hotmail.com

House for rent, 51 sqw. On Teparak Road 3 Bedrooms 2 Bathrooms 12,000 baht/month

HOUSE FOR RENT!!!

House for rent, 51 sqw. On Teparak Road ., Soi Tanasit

3 bedrooms, 2 bathrooms, 1 living rooms, 1 kitchen,

2 parking space

12,000 Baht/ month

Tel: 081-1123199

*ไม่ว่างแล้วค่ะ* บ้านเดี่ยววังตาล 1 ชั้น 2นอน 1น้ำ เฟอร์ครบ พร้อมเข้าอยู่ สภาพดี มีคนเช่าตลอด ใกล้สนามบิน และห้างใหญ่

บ้านเดี่ยว ชั้นเดียว ให้เช่า 7,000 บาท ตู้เย็น แอร์ น้ำอุ่น เฟอร์ พร้อมเข้าอยู่


ใกล้สนามบินนานาชาติเชียงใหม่ ใกล้ห้างใหญ่ ธนาคาร และโรงพยาบาล มีคนเช่าตลอด


2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ จอดรถได้ 2 คัน สวน สนามหญ้าตกแต่งเรียบร้อย


ผ้าม่าน เฟอร์นิเจอร์ น้ำ-ไฟ พร้อมเข้าอยู่


บ้านเลขที่ 227/561 หมู่บ้านวังตาล โครงการ 5 (ซ. 7 โซน A)
ถ. เชียงใหม่หางดง ต. สันผักหวาน อ. หางดง จ. เชียงใหม่ 50230


หมู่บ้านวังตาล
ใหญ่ ร่มรื่น มีระบบการจัดการน้ำ-ไฟ รักษาความปลอดภัยที่ดี อยู่บน ถ.เชียงใหม่หางดง เลยแยกบิ๊กซีหางดงไปเล็กน้อย

 

10 นาทีถึงสนามบิน ใกล้ห้างเซ็นทรัลแอร์พอร์ตพลาซ่า ใกล้โรงพยาบาลใกล้หมอ


เช่า 7,000 บาท/เดือน วางก่อนเข้าอยู่ 3 เดือน เป็นเงินประกัน 2 เดือนค่ะ

สนใจติดต่อ 083-1535558 หรือ kawalin_c@hotmail.com

*จองแล้วค่ะ* ห้อง 201 Hillside Condo 2 ถ.นิมมานเหมินทร์ ว่างให้เช่า 2,500 บาท/เดือน

ห้องว่าง ย่านชุมชน สะดวก ปลอดภัย ใกล้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ให้เช่า 2,500 บาท/เดือน (ไม่รวมค่าส่วนกลาง ค่าน้ำ-ค่าไฟต่างหาก)

จ่ายก่อนเข้าอยู่ 7,500 บาท เป็นค่าเช่าล่วงหน้า 1 เดือน เงินประกัน 5,000 บาท

จ่ายก่อนอยู่ทุกเดือน กำหนดจ่ายวันที่ 5 ของทุกเดือน

เฟอร์ครบ พร้อมเข้าอยู่ เครื่องทำน้ำอุ่น แอร์ ตู้เย็น internet wi-fi พร้อมระบบคีย์การ์ด

สามารถติดต่อขอดูห้องได้ทุกวัน สอบถามที่ 081-1123199  อ.ศรีวิไล

[เช่าแล้ว] ห้อง 229 เคียงมอคอนโด ประตูหลังม.ช. ว่างให้เช่า 2,200 บาท/เดือน เงียบสงบ เย็น ห้องกว้างค่ะ

ห้องว่าง ย่านชุมชน สะดวก ปลอดภัย ใกล้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ให้เช่า 2,200 บาท/เดือน (ไม่รวมค่าส่วนกลาง ค่าน้ำ-ค่าไฟต่างหาก)

สัญญา 1 ปี จ่ายก่อนเข้าอยู่ 6,600 บาท

เป็นค่าเช่าล่วงหน้า 1 เดือน เงินประกัน 4,400 บาท

จ่ายค่าเช่าก่อนอยู่ทุกเดือน กำหนดจ่ายวันที่ 5 ของทุกเดือน

เฟอร์ ที่นอน พร้อมเข้าอยู่

สามารถติดต่อขอดูห้องได้ทุกวัน สอบถามที่ 081-1123199  อ.ศรีวิไล

Q10 Rich – Super Botox – Micro Collagen ต่างกันอย่างไร อันไหนดีที่สุด

 

Question:   Q10 Rich – Super Botox – Micro Collagen ต่างกันอย่างไร อันไหนดีที่สุด?

Answer: ลองสังเกตดูสภาพผิวหน้าก่อนนะคะ ว่าริ้วรอยที่่เกิดนั้นปัญหามาจากผิวชั้นบนหรือผิวชั้นใน

Micro Collagen Serum เข้มข้นด้วยไมโครคอลลาเจนบริสุทธิ์ 100% ช่วยฟื้นฟู เติมและรักษาความยืดหยุ่นให้กับชั้นคอลลาเจนใต้ผิว (ชั้น Dermis) แนะนำให้ใช้ร่วมกับ Vit C Gel จะสามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ได้ เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้ค่ะ

Q10 Rich มี Nano Q10 ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีที่สุด มีอยู่ในผิวตามธรรมชาติโดยกระจายตัวกันอยู่มากที่ผิวชั้นกำพร้า และมีปริมาณลดลงเมื่ออายุมากขึ้น Nano Q10 ช่วยฟื้นฟูผิวชั้นบน (Epidermis) ที่เสื่อมสภาพจากอายุ แสงแดด และมลภาวะ แนะนำให้คนอายุ 20 ปีขึ้นทาเสริม เพื่อดูแลผิวชั้นบนที่ต้องทนมลภาวะต่าง ๆ ตลอด 24 ชั่วโมง Q10 ช่วยในการแบ่งเซลล์ มีการทดลองมากมายพบว่า การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของโคเอนไซม์ Q10 อย่างการทาจะป้องกันยูวีเอได้ดี ผลพลอยได้คือช่วยลดการทำลายคอลลาเจนและไฮยาลูโรเนทในผิว ทั้งยังช่วยปรับสภาพผิวให้สวยขึ้นภายใน 6 เดือน

Super Botox มี Argelirine เช่นเดียวกับที่มีใน Eye Gel เป็นส่วนผสมที่ดีที่สุดในลดริ้วรอยร่องลึก ช่วยในการคลายตัวของกล้ามเนื้อ พร้อม Q10 และคอลลาเจน แต่โมเลกุลจะใหญ่กว่าในซีรั่ม จึงช่วยในการอุ้มน้ำรักษาความชุ่มชื้นผิว เป็นเนื้อครีม เหมาะที่จะใช้เป็นตัวปิดผิวค่ะ

หากต้องการผลด้านความยืนหยุ่น กระชับตึง แนะนำ Micro Collagen Serum 100% + Vit C Gel ดูแลผิวชั้น Dermis จ้า

หากผิวชั้นบนมีริ้วรอย หยาบกร้าน หมองคล้ำ ผิวแห้งเหี่ยว ผิวแก่ลง แนะนำ Nano Q10 Rich Serum + Super Botox ดูแลผิวชั้น Epidermis จ้า

หากมีริ้วรอยร่องลึกจากการแสดงอารมณ์ เช่นตีนกา รอยย่นที่หน้าผาก คิ้ว ร่องแก้มจากการยิ้ม แนะนำ Micro Collagen หรือจะให้ดี Eye Gel + Super Botox ทั่วหน้าจ้า

แนะนำเซ็ทรักษาสิวจากคุณ Prim-ploy

ใช้แป้งน้ำแต้มตรงสิวอ่ะค่ะมันจะแห้งแล้วก็หลุดเร็วขึ่นนะคะ เรื่องสิวจิงๆแล้วพลอยว่ามันเป้นอารมที่แล้วแตคนจะเจออะไรแล้วหาย คือ ต้องลองหาจนมันเจอกับตัวเอง บางอย่างสิ่งที่เราไม่คิดว่าหายก็ใช้แล้วหายเฉยเลย สิวขึ้นมันอาจเกิดจากปัจจัยหลายๆอย่างค่ะ พลอยใช้ เจลสิวของ true beauty ที่เปนน้ำสีแดงๆ กับที่ละลายสิ้วเสี้ยน สิวก็จะออกมาก่อนนะคะที่รู้สึก แต่ว่ามันก็จะเริ่มแห้ง คราวนี้ก็รักษารอยเต็มที่เลยค่ะ
พลอยใช้ เจลชมพู, ละลายสิวเสี้ยน, โทนเนอร์ขิง,สาหร่ายพอกหน้า อีกเยอะเลย
ถ้า จขกท อยากใช้ แนะนำ เจลชมพู ละลายสิวเสี้ยน โทนเนอร์ขิง กับ สาหร่ายพอกหน้าค่ะ